เครื่องมือเว็บและเครือข่ายออนไลน์: URL และ UTM, คำนวณ Subnet, รหัสสถานะ HTTP, ข้อมูลเบราว์เซอร์
เลือกแท็บด้านล่าง แต่ละเครื่องมือมีหน้าเฉพาะของตัวเองด้วย เครื่องมือชุดนี้คำนวณจากข้อมูลที่คุณใส่เท่านั้น ไม่ค้นหา IP หรือโดเมนจากบริการภายนอก (เช่น WHOIS, DNS, ความเร็วเน็ต ซึ่งต้องมีเซิร์ฟเวอร์)
วิเคราะห์ URL แก้พารามิเตอร์ ลบตัวติดตามออกจากลิงก์ สร้างลิงก์ UTM และเข้ารหัส/ถอดรหัส URL
วางลิงก์เพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ในนั้น ลิงก์ที่คนส่งมามักพ่วงตัวติดตาม (utm_, fbclid, gclid) เพื่อบอกว่าคุณมาจากไหน ปุ่ม "ลบตัวติดตาม" ตัดออกให้โดยลิงก์ยังใช้ได้เหมือนเดิม ส่วนที่สองไว้สร้างลิงก์แคมเปญ ส่วนที่สามเข้ารหัสและถอดรหัสข้อความใน URL
| โปรโตคอล | |
|---|---|
| โฮสต์ | |
| พอร์ต | |
| เส้นทาง | |
| ส่วนท้าย (#) | |
| ชื่อผู้ใช้ในลิงก์ |
พารามิเตอร์ (แก้ไขได้)
| ชื่อ | ค่า |
|---|
สร้างลิงก์แคมเปญ (UTM)
เข้ารหัส / ถอดรหัสเปอร์เซ็นต์
คำนวณ Subnet CIDR IPv4 และ IPv6 หา network broadcast ช่วง IP ใช้งานได้ แบ่ง subnet
พิมพ์ที่อยู่แบบ 192.168.1.10/24 หรือ 10.0.0.0 255.255.255.0 หรือ IPv6 เช่น 2001:db8::/32 เครื่องมือนี้คำนวณจากตัวเลขล้วน ไม่ได้ค้นหาว่าที่อยู่นั้นเป็นของใคร (ซึ่งต้องใช้บริการภายนอก)
| Network (CIDR) | |
|---|---|
| Subnet mask | |
| Wildcard mask | |
| Mask แบบไบนารี | |
| Broadcast | |
| IP แรกที่ใช้ได้ | |
| IP สุดท้ายที่ใช้ได้ | |
| จำนวนที่อยู่ทั้งหมด | |
| จำนวนโฮสต์ที่ใช้ได้ | |
| ชนิดของที่อยู่ |
| Network (CIDR) | |
|---|---|
| ที่อยู่แรก | |
| ที่อยู่สุดท้าย | |
| แบบเต็ม | |
| จำนวนที่อยู่ |
รหัสสถานะ HTTP ทุกตัว 200 301 404 500 ความหมายและเมื่อไรที่เจอ ค้นหาได้
พิมพ์เลข (เช่น 40) หรือคำ (เช่น redirect, ช้าเกิน) เพื่อกรอง รหัสตัวแรกบอกกลุ่ม: 2 สำเร็จ, 3 เปลี่ยนเส้นทาง, 4 ความผิดพลาดฝั่งผู้ขอ, 5 ความผิดพลาดฝั่งเซิร์ฟเวอร์
| รหัส | ชื่อ | ความหมาย | เมื่อไรที่เจอ |
|---|
ไม่พบรหัสที่ตรงกับคำค้น
ดูว่าเว็บไซต์รู้อะไรเกี่ยวกับเบราว์เซอร์ของคุณ และวิเคราะห์ User-Agent
ตารางด้านล่างคือสิ่งที่ทุกเว็บไซต์อ่านได้ทันทีที่คุณเปิดหน้า (เครื่องมือนี้อ่านแล้วแสดงให้คุณดูเท่านั้น ไม่ได้ส่งไปที่ใด) เมื่อรวมกัน ข้อมูลเหล่านี้อาจแยกคุณออกจากคนอื่นได้ เรียกว่า browser fingerprint ส่วนช่องวิเคราะห์ใช้กับ User-Agent ของใครก็ได้
ข้อมูลของเบราว์เซอร์นี้
ผลวิเคราะห์
| เบราว์เซอร์ | |
|---|---|
| เอนจินแสดงผล | |
| ระบบปฏิบัติการ | |
| ชนิดอุปกรณ์ | |
| บอต/โปรแกรม |
Chrome ใหม่ๆ ตัดรายละเอียดระบบปฏิบัติการและรุ่นเครื่องออกจาก User-Agent จึงไม่ใช่ค่าที่แท้จริง ใช้ Client Hints แทนถ้าต้องการ
คำถามที่พบบ่อย
ตัวติดตามในลิงก์คืออะไร ลบแล้วลิงก์ยังใช้ได้ไหม?
พารามิเตอร์อย่าง utm_source, fbclid, gclid มีไว้บอกเว็บปลายทางว่าคุณมาจากโฆษณาหรือโพสต์ไหน ไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหาหน้า ลบแล้วลิงก์ใช้ได้เหมือนเดิม ยกเว้นบางเว็บที่ใช้พารามิเตอร์ชื่อซ้ำกับตัวติดตามเพื่อจุดประสงค์อื่น ซึ่งหายาก
UTM ควรตั้งอย่างไร?
ต้องมี source, medium, campaign ใช้ตัวพิมพ์เล็กเสมอและตั้งชื่อให้สม่ำเสมอ (เช่น facebook ไม่ใช่บางครั้ง Facebook บางครั้ง fb) ไม่ใช้ UTM กับลิงก์ภายในเว็บของตัวเอง เพราะจะทำให้ข้อมูลที่มาของผู้เข้าชมปนกัน
encodeURI กับ encodeURIComponent ต่างกันอย่างไร?
encodeURI ใช้กับลิงก์ทั้งเส้นและเก็บอักขระโครงสร้างอย่าง / ? & ไว้ ส่วน encodeURIComponent ใช้กับค่าชิ้นเดียว (เช่นค่าพารามิเตอร์) และเข้ารหัสอักขระเหล่านั้นด้วย
/24 มีกี่ IP?
/24 มี 256 ที่อยู่ ใช้งานได้ 254 (หัก network และ broadcast) subnet mask 255.255.255.0
/31 และ /32 ต่างจากปกติอย่างไร?
/31 ใช้กับลิงก์เชื่อมสองเครื่อง (RFC 3021) ใช้ได้ทั้ง 2 ที่อยู่ ไม่มี broadcast ส่วน /32 คือเครื่องเดียว
IPv6 ไม่มี broadcast หรือ?
ไม่มี IPv6 ใช้ multicast แทน และบล็อกมาตรฐานของเครือข่ายย่อยคือ /64 เครื่องมือแสดงช่วงแรกถึงช่วงสุดท้ายของ prefix ที่ใส่
301 กับ 302 ต่างกันอย่างไร?
301 คือย้ายถาวร เครื่องมือค้นหาจะโอนอันดับไปที่อยู่ใหม่ 302 คือย้ายชั่วคราว อันดับยังอยู่ที่เดิม ถ้าย้ายโดเมนถาวรให้ใช้ 301 (หรือ 308 ถ้าต้องรักษาเมธอดเดิม)
401 กับ 403 ต่างกันอย่างไร?
401 คือยังไม่ได้ยืนยันตัวตน (ไม่มีหรือใส่โทเคนผิด) 403 คือยืนยันแล้วแต่ไม่มีสิทธิ์
404 กับ 410 ต่างกันอย่างไร?
404 คือไม่พบ อาจกลับมาได้ 410 คือลบถาวรโดยตั้งใจ เครื่องมือค้นหามักลบหน้านั้นออกจากดัชนีเร็วกว่า
502, 503, 504 ต่างกันอย่างไร?
502 คือพร็อกซีได้คำตอบเสียจากหลังบ้าน 503 คือบริการไม่พร้อมชั่วคราว (ปิดปรับปรุงหรือโหลดเกิน) 504 คือพร็อกซีรอหลังบ้านนานเกินไป
browser fingerprint คืออะไร?
การรวมข้อมูลหลายอย่างของเบราว์เซอร์ (ขนาดหน้าจอ ฟอนต์ การ์ดจอ ภาษา ฯลฯ) เป็นลายเซ็นที่เกือบไม่ซ้ำกับใคร ใช้ติดตามข้ามเว็บได้แม้ลบคุกกี้แล้ว
ลดการถูกติดตามอย่างไร?
ใช้เบราว์เซอร์ที่ป้องกัน fingerprint (เช่น Firefox โหมดป้องกันการติดตามเข้มงวด หรือ Brave) และลดส่วนเสริมที่ไม่จำเป็น การเปิด Global Privacy Control ช่วยบอกเว็บว่าไม่ยินยอมให้ขายข้อมูล แต่ไม่ใช่การป้องกันทางเทคนิค
ทำไม User-Agent ต่างจากความจริง?
เบราว์เซอร์ลดรายละเอียดลงเพื่อความเป็นส่วนตัว และยังเขียนชื่อเบราว์เซอร์อื่นปนไว้เพื่อความเข้ากันได้ เช่น Edge ก็บอกว่า Chrome และ Safari ด้วย ตัวแยกวิเคราะห์จึงเรียงกฎจากเจาะจงไปทั่วไป
ช่วยเราปรับปรุง
เจอบัก อยากได้ฟีเจอร์ใหม่ หรือมีไอเดีย บอกเราได้ที่นี่ อ่านทุกข้อความ